วันพฤหัสบดี, 2 ธันวาคม 2564

ริโอลั่น พอเถอะเพื่อน ไปเถอะ เหตุบอร์ดยังไม่ปลดโอเล่

ข่าวแมนยูสยาม ยับเยินคารังอีกแล้วสำหรับ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังพ่ายแพ้ให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่ปรับร่วมเมืองไป 0-2 ในเกม“แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้” เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

แม้ว่าสกอร์จะพ่ายแพ้แค่ 0-2 อาจจะดูไม่ยับเยินเหมือนครั้งที่โดน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยิงยับ 5-0 แต่ที่ยับเยินที่สุดก็คือรูปเกมที่แทบจะทำอะไร “เรือใบสีฟ้า” ไม่ได้เลย วันที่ 8 พ.ย. 64 สกาย สปอร์ตส สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่มีแผนในการหาผู้จัดการทีมคนใหม่เข้ามาแทน โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ แม้ว่ากุนซือชาวนอร์เวย์จะพาทีมพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คาบ้านแบบไร้ทางสู้ 0-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดล่าสุด พร้อมกับแพ้เป็นนัดที่ 4 ในซีซั่นนี้แล้ว มี 17 คะแนน หล่นมาอยู่อันดับ 6 ตามหลังจ่าฝูง เชลซี เพิ่มเป็น 9 คะแนนแหล่งข่าวระบุว่าไม่มีสัญญาณใดๆ จากสโมสรที่บ่งบอกว่าจะมีการปลด โซลชาร์ ออกจากตำแหน่ง แม้ว่าบอร์ดบริหารเตรียมนัดประชุมกันในช่วงพักเบรกให้กับโปรแกรมการแข่งขันของทีมชาติก็ตาม แต่คาดว่าจะยังให้ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ อดีตศูนย์หน้าขวัญใจแฟนๆ “ปิศาจแดง” ได้ทำหน้าที่ต่อไปในเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 12 หลังเบรกทีมชาติ ซึ่งจะออกไปเยือน วัตฟอร์ด ในวันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายนนี้

ก่อนหน้านี้เก้าอี้ของ โซลชาร์ ก็เคยร้อนเป็นไฟมาแล้ว หลังพาแมนยูฯ แพ้ ลิเวอร์พูล คาถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดแบบหมดสภาพถึง 0-5 แต่ก็ยังได้รับการหนุนหลังจากสโมสรต่อไป โดยให้โอกาสและเวลาในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในทีม เพื่อหาทางพาทีมกลับมาทำผลงานในสนามให้ดีขึ้น.ตลอดทั้งเกม แมนฯ ซิตี้ ข่าวแมนยูซื้อนักเตะ ครองเกมเอาไว้ได้ทั้งหมด แทบจะไม่ต่างตอนที่ “หงส์แดง” ทำเอาไว้ในศึกแดงเดือด แต่ที่ต่างก็คือแนวรุกในเกม2 สัปดาห์ที่แล้ว 3 ประสานอย่างโมฮัมเหม็ดซาลาห์, ซาดิโอ มาเน และดิโอโก โชตา ผลัดกันยิงอย่างสนุกเท้าจนได้มา 5 เม็ดขณะที่แนวรุกของ “เรือใบสีฟ้า” ยังค่อนข้างใช้โอกาสเปลืองอยู่พอสมควร แถมจังหวะทีเด็ดทีขาดก็ยังไม่เฉียบคมเท่าไร ถ้าหากซิตี้จบสกอร์ได้คมมากกว่านี้รับรองสกอร์น่าจะออกมาไม่น้อยกว่า “หงส์แดง” แน่นอนด้านสาวก “ปิศาจแดง” ทำใจรอตั้งแต่เห็น 11 ตัวจริงของโอเล กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ แล้วเมื่อเห็นเฟร็ดกับสกอตต์ แมคโทมิเนย์ ลงเล่นพร้อมกันเมื่อไรเตรียมเจอหายนะได้เลยก็ยังเป็นคำถามเดิมๆว่าทำไม “โอเล่” ยังเลือกใช้งานเฟร็ดกับแมคโทเป็น 11 ตัวจริง ทั้งๆที่ฟอร์มของทั้งคู่เข้าขั้นห่วยแตก คุมเกมก็ไม่ได้ ตัดเกมก็ไม่ได้ หรือชะลอแนวรุกคู่ต่อสู้ก็ไม่ได้ ทำได้อย่างเดียวคือทำบอลเสียไปให้คู่ต่อสู้

แต่ยังได้ลง 11 ตัวจริงเหมือนเดิมเกือบทุกนัด!!ไม่รู้ว่าทั้งคู่มีมนต์มหาเสน่ห์คอยเป่ากระหม่อมของ “โซลชา” หรือมีน้ำมันพรายทำให้รักทำให้หลงหรือเปล่า เพราะเห็นวันแข่งทีไรได้ลงตัวจริงทุกทีจริงๆแล้วคู่กลางควรจะเป็นเนมันยา มาติช กับดอนนี ฟาน เดอ เบค หรือปอล ป็อกบาก็ได้คนใดคนหนึ่งสำหรับมาติชนั้นเป็นตัวตัดเกมและสามารถครองบอลได้ดี แถมยังมีความเก๋าเกมและอ่านเกมค่อนข้างขาด แม้อายุเยอะก็จริงแต่ก็ไม่น่ามีปัญหาดูอย่างแฟร์นันดินโญของแมนฯ ซิตี้ อายุมากกว่าอีกยังวิ่งปร๋อส่วนคู่หูนั้นก็ดอนนีกับป็อกบา เพราะทั้งสองเป็นมิดฟิลด์ที่เชื่อมเกม และสามารถพาบอลพลิกเป็นเกมรุกเดินไปข้างหน้าได้ ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระของบรูโน แฟร์นันเดส เพลย์เมกเกอร์คนสำคัญได้เพราะตอนนี้แนวรับบรรดาทีมในพรีเมียร์ลีกก็สามารถจับทางบรูโนได้หมดแล้ว จึงไม่แปลกใจที่ฟอร์มช่วงหลังจะดร็อปลงไปขนาดเราเป็นแค่แฟนบอลยังพอมองออกได้บ้าง แต่ไม่เข้าใจว่าคนที่รั้งตำแหน่งกุนซืออย่าง “โอเล่” ทำไมถึงมองไม่ออก จะมาแบกอีโก้ใช้ผู้เล่นชุดเดิมๆ จนพัฒนาก้าวขึ้นมาเป็นทีมที่แข็งแกร่งแบบสมัย “เฟอร์กี้” เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือชาวสกอตนั้นไม่มีอีกแล้วบอกได้เลยนี่ยังดีที่ยังปล่อยให้จาดอน ซานโช ปีกทีมชาติอังกฤษ กับดอนนี ฟาน เดอ เบค มิดฟิลด์ทีมชาติฮอลแลนด์ ใช้เวลาในสนามมากขึ้นจากฟอร์มที่ย่ำแย่แบบนี้มีแต่คนเร้าให้บอร์ดบริหารสั่งปลด “น้าโอเล่” ซักที แต่จากที่มองไปที่ตลาดกุนซือในตอนนี้ แทบจะไม่มีกุนซือระดับท็อปว่างเลยซักตำแหน่งมีเพียงแค่ซีเนอดีน ซีดาน อดีตกุนซือเรอัล มาดริด เท่านั้น แต่เจ้าตัวก็ไม่สนใจงานในเมืองผู้ดีอยู่ดีซึ่งถ้าปลด “โซลชา” ไปก็จะได้กุนซือเกรดรองลงมาเข้ามาคุมทีม ก็เลือกทนใช้จนกว่าจะจบฤดูกาลดีกว่า ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่

สามารถติดตามข่าวสารต่างๆได้ทาง Facebook Twitter Youtube ได้เลยครับ

คลิกที่นี้เลย>> ( Facebook ) ( Twitter ) ( Youtube )